โดนเปิดซิง เพราะเหตุว่าแดกดันแฟน

เรื่องเสียว โดนเปิดซิง เนื่องจากว่าประชดประชันแฟน

สวัสดี ครับเพื่อนฝูงๆผมขอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่กับผม รวมทั้งมันคงเป็นเรื่องที่ผมไม่มีทางลืมไปตลอดชีพอย่างแน่นอน ผมชื่อ ปิ๊ค ปัจจุบันก็อายุ 26 ปี เป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งด้านการงาน การคลังนั้นก็เริ่มจะเข้าที่เข้าทาง แม้กระนั้นสถานะภาพของผมนี้ยังไม่มีคู่ครองครับ แม้กระนั้นไม่ซิง… รวมทั้งเรื่องของผมที่จะเอ่ยเล่านั้น มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 4-5 เดื่อนก่อน คือเรื่องของสาวผู้ที่ผมได้แอบรัก..เธอมีชื่อว่า ข้าวฟ้าง อายุน้อยกว่า ผม 2 ปี เป็นสาวเหนือหน้าตางาม ผมดำยาว…ผิวขาว สูง รูปร่างดี เรียกว่างามเลยละ ก็ไม่ให้สวยได้ไง ก็หล่อนเป็นถึงดาวมหาลัยที่มีชื่อแห่งหนึ่งนี่ครับ ซึ่งผมก็ได้รู้จักเธอทางอินเตอร์เนต ก่อนหน้าที่จะมีเรื่องกันถึง 2 ปี..

เรียก ได้ว่าตอนเกิดเรื่องนั้นผมได้รู้จะเธอผ่านทางเนตมาแทบๆ3 ปีแล้ว…แต่ทว่าความสัมพันธ์ของผมกับเธอนั้นก็ราวกับเป็นเพียงแต่แบบพี่ชาย- น้องสาว แค่นั้น แม้ผมจะตกหลุมรักเธอ ตั้งแต่ยังไม่เจอหน้ากันก็ตาม เพราะว่าข้าวฟ้าง เป็นผู้ที่มีไมตรีจิต คุยสนุก สนิทกับคนง่าย ยิ่งเพียงพอมาพบตัวจริงแล้ว เธอก็ออกจะบ๊องๆด้วย แม้กระนั้นเธอก็เป็น 1 ในไม่กี่ผู้ที่ให้กำลังใจผม ให้หลุดมาจากช่วงอันเลวทรามของชีวิต…ใช่ครับ ชีวิตผมคราวหนึ่งเคยอยู่ในช่วงที่เลวทราม เคยหันไปพึ่งสารเสพติด เพื่อลืมทุกข์โศก ปัญหาจากทางบ้าน แม้กระนั้นก็ได้ ข้าวฟ้าง เนี่ยล่ะครับ ที่ให้กำลังใจผม ทำให้ผมเลิกมันรวมทั้งหันหลังให้มันได้ แม้ตอนต้นครั้งเธอรู้เธอจะต่อว่าผมยกใหญ่ก็ตามว่า ‘เพราะเหตุใดมีอะไรไม่บอกฟ้าง’ แม้กระนั้นถึงเธอจะต่อว่ารวมทั้งขุ่นเคืองแม้กระนั้นจากนั้นเธอก็โทรมาหาผมแทบทุกวันอย่างเป็น ห่วง รวมทั้งให้กำลังใจผมทุกคราว…จนถึงทำให้ผมฝ่าจุดนั้นมาได้…รวมทั้งนั้นก็ทำให้ผมปลาบปลื้ม รักเธอมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระนั้นมันก็เป็นราวกับรักด้านเดียว..…

เนื่องจากว่าเธอนั้นมีคู่รักแล้วนั้นเอง ใช่งามขนาดนั้นมันไม่แปลกหรอก ข้าวฟ้างเป็นผู้ที่งาม เข้ากับคนง่าย จะมีคนถูกใจก็ไม่แปลก..แท้จริงผมก็กะบอกความรู้สึกในใจกับเธอ เมื่อเธอนั้นได้เข้ามาดำเนินงานที่กรุงเทพมหานคร แม้กระนั้นผมก็จำต้องล้มความนึกคิดนี้ไป เพราะว่าเธอยังคงคบกับแฟนหนุ่มของเธออยู่ รวมทั้งอีกอย่าง ผมก็กลัวว่า ถ้าเกิดบอกไปแล้วทุกๆอย่างมันจะไม่เหมือนเดิมนะสิ…ใช่ เนื่องจากว่าอย่างนั้นผมถึงตกลงใจเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ภายในส่วนลึกของจิตใจแบบงี้ เนื่องจากว่าอย่างน้อย ผมยังจะไปหาเธอ ไปพบ หรือ พาเธอไปเที่ยว ในฐานะพี่ชายที่เธอเชื่อถือได้ แม้กระนั้นผมก็ทำแบบนั้นได้อีกไม่กี่เดือนแล้ว เนื่องจากว่าในช่วงเวลานั้น ข้าวฟ้างได้เอ่ยบอกผมอย่างคราวๆว่าสิ้นปีนี้เธอจะแต่งงานกับแฟนหนุ่มที่คบกันมา แน่นอนว่ามันทำให้ผมจุกอ้ำอึ้งแบบเดียวกัน…

แม้กระนั้นก็ยังสวมหน้ากาก ของพี่ชาย เอ่ยอย่างยินดีกับเธอด้วย…อย่างไม่มีอะไร ทั้งที่ในใจของผม เกือบจะขาดเป็นเสี่ยงๆทั้งที่ทราบว่าเธอมีคู่รักอยู่แล้ว แม้กระนั้นอดปวดใจมิได้ และคิดว่ามันเร็วเกินความจำเป็นสำหรับเธอจริงๆซึ่งผมนั้นก็แอบมุ่งหวังลึกๆขอให้เธอนั้นได้เลิกกับแฟนหนุ่มของเธอซะ ใช่มันเป็นความมุ่งหวัง รวมทั้งความฝันลมๆแล้งๆที่เป็นได้ต่ำมาก เนื่องจากว่าแฟนของข้าวฟ้าง นั้น เค้าออกจะดี ดีมากยิ่งกว่าผมมาก ทั้งยังหัวข้อการงาน ประวัติความเป็นมา หน้าตา ชาติกำเนิด คนไหนกันจะราวกับผมละที่มีประวัติเคยติดยา ใช้เวลากว่าจะจบก็นาน…ใช่มันเทียบไม่ได้จริงๆ…แม้กระนั้นคนไหนกันจะคิดละ ครับ ว่าเรื่องมันจะกลับกัน ซึ่งผมก็ไม่มีทางลืม ยามค่ำคืนที่ทำให้ทุกสิ่งนั้นผันแปรทุกๆอย่างไปนิรันดรนั้น..ใช่แล้วคืน นั้น…

“ครับๆๆ…” ผม คำพูดที่เอ่ยร้องบอกแก่ผู้ที่มากดออดหน้าประตูห้องของผม บนคอนโดหรูกลางใจเมืองอย่างไม่ยั้งเช่นเดียวกันกับรีบ รีบบางสิ่งบางอย่าง…อาการของผมตอนนั้นออกจะอารมณ์เสียมากด้วยเนื่องจากว่านี่มัน ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว รวมทั้งผมก็พึ่งจะหลับไปเมื่อครู่เองด้วย (ผมเป็นพวกหลับยาก ถ้าเกิดโดนคนไหนกันปลุกอีกครั้งจะนอนไม่หลับ หรือออาจจะไม่หลับเลย..แถมวันนั้นก็อิดโรยจากงานเอาการแบบเดียวกัน..)

“บอก แล้วไง ว่ากำลังเดินมาเปิดอยู่..” ผมเอ่ยอย่างเสียงดังอย่างไม่พอใจพร้อมกับเปิดประตูออก ก่อนชะงัก เมื่อร่างบางของหญิงสาวนั้น ได้เข้ามาซบกอดผมอย่างปล่อยโฮ……อย่างทันที ซึ่งหญิงสาวคนราวกับกล่าวนั้นก็ไม่ใช่ เว้นเสียแต่ ข้าวฟ้าง นั้นเอง.. รวมทั้งการเข้าซบอย่างปล่อยโฮ….ของเธอนั้นก็ทำให้ผมถึงกับยืนอึ้งรวมทั้งตาสว่างอย่างทันที..

“กำเนิด อะไรขึ้นหรอ ฟ้าง..” ผมที่เอ่ยปากถาม ผมเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่พาเธอเข้ามาในห้อง ซึ่งข้าวฟ้างก็เดินมานั่งยังที่โซฟา โดยเธอนั้นก็เอ่ยร้องอย่างสะอึกสะฮื้นอปิ้งตลอดทาง…

“พี่เจมส์…พี่เจมส์เค้า…” เธอเอ่ยร้องตอบด้วยน้ำเสียงที่สะอึกสะฮื้น…ซึ่งผมก็มีท่าทางตั้งใจฟังรวมทั้งพูดถาม
(เจมส์ ที่ว่าคือแฟนของข้าวฟ้างครับผม)

“เค้าเพราะเหตุใด?..”
“เค้า พาผู้หญิงที่แห่งไหนมานอนด้วยก็ไม่รู้จักนะ พี่ปิ๊ค..” เธอแหงนหน้าขึ้นเอ่ยตอบปัญหาข้อนี้ อย่างร้องไห้ริน ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมออกจะตระหนกตกใจ กับคำบอกเล่านั้น พร้อมกับเอ่ยถามรวมทั้งปลอบเธอไปด้วย..

“ใจเย็นๆสิ ผู้หญิงคนนั้น อาจจะเป็นพี่น้อง ไม่ก็ เพื่อนฝูงกันก็ได้นะ..” ผมเอ่ยปลอบอย่างให้ข้าวฟ้างมองในด้านดี รวมทั้งนั้นก็ทำให้เธอเอ่ยสวนกลับใส่ผมอย่างทันที

“เพื่อนฝูงอะไรกันละ!! ฟ้างเห็นเต็ม 2 ตาเลยค่ะ เห็นเค้ากำลังมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น อยู่กันบนเตียง สอง ต่อ สอง ” เธอที่เอ่ยสวนกลับ ด้วยน้ำเสียงที่เชิงตะโกนใส่ผมด้วยความเสียใจ รวมทั้งนั้นก็ทำให้ผมพอเข้าใจ ถึงมูลเหตุ รวมทั้งเหตุผลที่ทำให้เธอนั้นร้องไห้ขนาดนี้แล้ว…ใช่ เธอคงไปหาแฟนหนุ่มของเธอ รวมทั้งดันไป พบกับฉากรักอันร้อนระอุของแฟนตัวเองกับผู้หญิงที่แห่งไหนแน่ๆ

“ ทั้งที่ฟ้าง ไว้ใจว่าเขาไม่ใช่คนอย่างนี้แท้ๆเพราะเหตุใดเค้าถึงทำกับฟ้างอย่างนี้..” เธอเอ่ยกล่ามอปิ้งสะอึกสะฮื้นไปด้วย ใช่มาทำเรื่องอย่างนี้ก่อนที่จะแต่งงาน 4 เดือนเนี่ยนะ ผมก็ได้ แม้กระนั้นมองดูอย่างไม่รู้จักจะปลอบข้าวฟ้างยังไงดี และเข้าใจว่าข้าวฟ้างคงเศร้าใจมากแน่ๆก็ตลอดระยะเวลา ข้าวฟ้างเค้าไว้ใจแฟนคนนี้อย่างสุดหัวใจเลยว่าไม่ใช่ผู้ชายที่เจ้าชู้…การัตตีซะดิบดี..

“เพราะเหตุใด เพราะเหตุใด เค้าจำต้องทำกับฟ้างอย่างนี้ด้วย…รวมทั้งนี่ถ้าเกิดแต่งงานไปแล้วเค้าไม่ยิ่งทำกว่านี้ อีกหรอ?…” เธอที่เอ่ยกล่าวอย่างสะอึกสะฮื้นพลางไปด้วย ซึ่งผมก็มองดูเธออย่างรู้สึกเจ็บปวดหัวใจอย่างไม่แพ้เธอเลย ใช่ผมเองก็ไม่เข้าใจในเพศผู้ชายคนนั้นแบบเดียวกัน ว่าคิดเกี่ยวกับอะไรอยู่….
ถึงทำเรื่องพวกนี้…ใกล้ๆกับวันสำคัญนะ….

“ฟ้าง คืนนี้พวกเราต้องการร้องไห้ แค่ไหน ก็ร้องเลยค่ะ ร้องให้เพียงพอ พี่จะอยู่ที่ตรงนี้ จะอยู่เป็นเพื่อนพวกเราเองนะ” ผมเอ่ย ซึ่งนั้นก็คงเป็นอย่างเดียวที่ผมเพียงพอจะทำให้กับเธอในตอนนี้ก็ว่าได้…เธอที่ แหงนหน้ามองผม ก่อนที่เธอจะก้มศีรษะรวมทั้งเอ่ยตอบอย่างสั้นๆ

“อืออ…” สิ้นเสียงกล่าวของเธอนั้น บริเวณใบหน้าของเธอก็ก้มลงซบที่ร่างของผมอย่างร่ำไห้ต่อ โดยที่ผมนั้นก็ได้แม้กระนั้นสวมกอดเธออย่างเบาๆด้วยความรู้สึกที่เห็นใจจับอกจับใจตัวอย่างเช่น นั้น

“ดียิ่งขึ้นรึยังล่ะ” ผมถาม เมื่อท่าทางของข้าวฟ้างนั้นเริ่มดียิ่งขึ้น..เริ่มหยุดร้องบ้างแล้ว..

“อืออ ดียิ่งขึ้นหน่อย แม้กระนั้นมันยังไม่ดีเยอะแค่ไหนเลย..” เธอตอบ โดยที่ขอบตาของข้าวฟ้างนั้นก็ช้ำแดงพอควร…

“อืม ถ้าเกิดมีอะไรที่พี่ช่วยได้ก็บอกนะ พี่จะช่วยเต็มกำลังเลย..” ผมที่พูดถามรวมทั้งนั้นทำให้เธอแหงนหน้าอย่างเพ่งมองผม ก่อนที่จะยิ้มอย่างมีคราบเปื้อนน้ำตานั้นว่า …

“อย่างนั้นก็มาดื่มเป็นเพื่อนฟ้าง หน่อยนะ พี่ปิ๊ค” เธอเอ่ยตอบ รวมทั้งผมก็พบว่าถุงที่เธอนั้นหิ้วมาด้วยนั้น ในนั้นก็มีแม้กระนั้นเครื่องดื่มเมาแทบจะทั้งหมด..

“ อืออ….. ได้สิ…”ผมตอบก่อนที่จะรับกระป๋อง เบียร์สดที่เธอส่งมาให้ผมนั้น ในขณะที่เธอนั้นก็จัดแจงเปิดกระป๋อง ดื่มทานอย่างไม่รอคอยช้า ซึ่งแน่นอนว่าอาการนั้นของเธอก็บ่ง บอกเลยว่ายังคงเศร้าใจอยู่ รวมทั้งคงกะดื่มเพื่อลืมความทุกข์ใจโศกนี่อย่างแน่นอน..

“ฟ้าง จะเลิกกับเค้า….ฟ้างไม่สนใจแล้วฟ้างจะเลิก..” คำบอกเล่าของเธอที่เอ่ยขึ้น ภายหลังดื่มทานไปจนถึง เธอนั้นเริ่มตึงๆครึ่งเมาในระดับหนึ่งแล้วนั้น…

“จะ เลิกได้หรอฟ้าง ก็ผู้ใหญ่ของพวกเรากับเขาจะยอมหรอ พวกเราบอกเองว่าเค้าประทับใจพวกเรามากๆไม่ใช่หรอ?..” ผมที่เอ่ยถาม ใช่เวลานี้การเห็นด้วยกับเธอไปก่อนนั้นจะเป็นเรื่องดีกว่าที่จะเอ่ยอย่างไม่ เห็นด้วยนั้น..แม้กระนั้นถึงอย่างงั้นก็ทำให้ฟ้างหันหน้ามามองดูผมอย่างตาขวางเล็กน้อย ด้วยท่าทางเริ่มเมาหน่อยๆ

“มิได้..ก็จำต้องได้ เนื่องจากว่าคนแต่งคือฟ้าง…อีกอย่างมีครั้งแรกได้ ต่อไปก็ควรจะมีครั้งที่ 2 ไม่เอาฟ้างไม่ได้อยากต้องการเจ็บแล้ว…”เธอเอ่ยพล่ามตอบอย่างน้ำเสียงที่หมายความว่าเริ่มเมา แล้วแน่นอนว่าผมนั้นก็เพ่งมอง เธอที่ดื่มทานอย่างเห็นใจ รวมทั้ง ผมก็ยังคงคิดและไม่เข้าใจว่า แบบเดียวกันว่าเพราะเหตุใดแฟนของเธอถึงได้ทำแบบนั้นนะ..

แม้กระนั้นแน่นอนครับ ว่า คิดไปก็แค่นั้น เนื่องจากว่าเหตุผล นั้นมีเป็น 108 ว่าเพราะเหตุใดถึงทำแบบนั้น รวมทั้งถึงคิดไปก็คงมิได้คำตอบที่แท้จริงหรอก เนื่องจากว่าผมก็ไม่ใช่แฟนของเธอด้วย ก่อนที่ผมจะตระหนกตกใจ เมื่อพึ่งจะสังเกตุอาการของ ฟ้างที่ดื่มทานเบียร์สดนั้น ซึ่งคุณเธอก็เล่นดื่มทานเช่นเดียวกันกับมันเป็นน้ำเปล่าก็ไม่ป่าน มิน่าละ ถึงได้เสียงออกอาการอย่างงั้น แถมเธอทานไป 4 กระป๋องแล้ว แม้กระนั้นผมยังไม่หมดกระป๋องเลย…

“เฮ้ยๆฟ้าง เบาหน่อยสิ ดื่มแบบงี้แล้วพวกเราจะกลับยังไง..” ผมที่เอ่ยดุ เธอ ด้วยความเป็นห่วง เพราะว่าอาการอย่างงั้นมีหวังได้เมานอนอยู่ที่ห้องผมแน่ๆ…

“จะ กลับไง? ก็ไม่กลับนะสิ คืนนี้ฟ้างจะค้างที่นี้แหละ…” คำบอกเล่าของข้าวฟ้างที่เอ่ยสวนนั้นก็ทำให้ผมตระหนกตกใจพอควร…

“หาาาาา…..” ผมที่อุทาน…ซึ่งเธอก็มองดูรวมทั้งเอ่ยถามต่ออย่างทันที..

“รึว่ามิได้ล่ะ..”คำบอกเล่าที่เชิงถามกลับ ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมนั้น เกาหัวแกรกๆ…

“ได้ สิ เพราะเหตุใด จะมิได้ล่ะ” ผมตอบอย่างยิ้มให้ พร้อมกับยืนขึ้นเพื่อจะเดินไปเพื่อจัดห้องรวมทั้งจัดแจงที่นอน จริงๆจัดแจงที่นอนไม่ใช่ของเธอหรอก ของผมนี่แหละ เนื่องจากว่าผมคงไม่ให้เธอนอนพื้นแน่ๆ..

“นี่ ยังไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ พี่ปิ๊ค อยู่กับ ฟ้างก่อนนะ..” เธอที่เอื้อมมาดึงเสื้อผมรวมทั้งเอ่ยกล่าวขึ้น ซึ่งผมก็มองดูบริเวณใบหน้าอันแดงระเรือด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์นั้น อย่างสั่นหัวนิดๆรวมทั้งเอ่ยตอบตกลง…

“อือออ….” ผมตอบ ก่อนที่จะลงนั่งดื่มเป็นเพื่อนกับฟ้าง ซึ่งผมก็มิได้วอรี่อะไรมากเนื่องจากว่าวันนี้เป็นวันศุกร์ด้วย จะทานดึกแค่ไหน จนถึงรุ่งเช้าก็ไม่หวั่นหวาดหรอก…ทุกๆอย่างก็อยู่ในความเงียบมาพักใหญ่ ก่อนที่ฟ้างจะเอ่ยขึ้น..

“พี่ปิ๊ค ช่วยมองให้หน่อยสิค่ะ ว่าในถุงยังมีเหลืออีกมัย?…” เธอเอ่ยพร้อมกับทำท่าครั้งเพื่อให้รู้ว่ากระป๋องที่ 5 ไม่ก็ 6 ที่เธอกำลังดื่มอยู่นั้น ได้หมดลงไปแล้ว ผมก็มองดูถอนหายใจนิดๆด้วยความเป็นห่วง..ที่เล่นดื่มมากมายซะขนาดนี้ แม้กระนั้นมาคิดอีกครั้ง ดีแล้วที่เธอมาดื่มอปิ้งงี้กับผม ใช่…ถ้าเกิดขืนไปดื่มที่อื่นๆ จนถึงมีภาวะแบบงี้ คงไม่แคล้วถูกคนไหนกันพาไปทำอะไรต่อแน่ๆ…

“มันหมดแล้ว นี่ ฟ้าง..”ผมเอ่ย อย่างไม่ต้องแผ่ถุงมอง เนื่องจากว่าภาวะของถุงก๊อบแก๊บนั้นมันก็บงบประมาณอกแล้วว่าไม่มีกระป๋องเบียร์สด หลงเหลืออยู่อีก แม้กระนั้นคิดว่ามันจะมีอะไรอยู่อีกอย่าง…ผมที่สงสัย ก่อนที่จะหยิบสิ่งที่เหลืออยู่นั้นออกมามอง และจำต้องชะงักเล็กน้อย เมื่อพบว่า สิ่งที่เหลืออยู่ในถุงนั้นเป็น กล่องเล็กๆที่มีผลิตภัณฑ์อยู่ในกล่องนั้นเพียงแต่ 3 ชิ้น…

ผลิตภัณฑ์ ราวกับกล่าวที่ทำให้ผมตาลุก และไม่ทันที่จะหันกลับไปมองดูทางหญิงสาวที่ผมรักราวกับน้องสาวนั้น เสียงของเธอนั้นก็เบาๆเอ่ยกล่าวเชิงถามผมอย่างยิ้มๆ..

“พี่ปิ๊คพอใจใช้ มันกับ ฟ้างไหมค่ะ..” คำบอกเล่าที่เธอเอ่ยนั้นก็ทำให้ผมหันมามองดูเธอที่นั่งด้วยท่าทางที่ชั่นเข่ารวมทั้ง เพ่งมองผมอย่างยิ้มสวยๆด้วยท่าทางที่เริ่มเมาได้ที่นั้น…

“มะ เมื่อตะกี้ พวกเรากล่าวว่าอะไรนะ..” ผมที่พูดถามอย่างอึ้งๆกับคำบอกเล่าที่เมื่อตะกี้ได้ยินไม่แน่ชัดนั้น อาการของผมที่ทำให้เธอยิ้มน้อยๆก่อนที่จะขยับร่างอย่างเข้าหาผมที่นั่งข้างๆเธอนั้น…

“ฟ้าง…ฟ้าง ถามว่า พี่ปิ๊ค พอใจ มีอะไรกับฟ้างมัยค่ะ?..” เธอที่พูดถามอย่างตรงประเด็นจนถึงทำให้ผมตระหนกตกใจ มือไม้ทั้งยัง 2 ข้างของเธอที่เข้าลูบคลำจับพยุงที่แก้มทั้งยัง 2 ของผม เพื่อให้เพ่งมองบริเวณใบหน้าที่ระเรือแดงของเธอนั้น..

“ฟะ ฟ้าง ละ หยอกใช่มัย …” ผมที่พูดถามอย่างเกือบจะกลืนน้ำลายไม่ลงคอเลยก็ว่าได้ ในขณะที่ร่างของเธอขยับอย่างกระชับเช่นเดียวกันกับคร่อมร่างของผมที่หันไปทางเธออย่าง มากขึ้นเรื่อยๆ..

“ มิได้หยอกค่ะ ฟ้างเอาจริงเอาจังค่ะ ในเมื่อเค้ายังนอนกับผู้อื่นได้ ฟ้างก็นอนกับผู้อื่นได้เช่นเดียวกัน..” คำบอกเล่าตอบของเธอที่ทำให้ผมถึงกับชะงัก อย่างเพ่งมองเธอ รวมทั้งเวลานี้ผมชักจะทราบดีแล้วว่า ฟ้างนั้นมิได้มาหาผมเพียงแต่ต้องการระบายอารมณ์โศกสิ่งเดียว แม้กระนั้นฟ้างยังก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *